กลุ่มงานวิจัย

เพศวิถี เพศภาวะ อนามัยเจริญพันธุ์ และ เอชไอวี/เอดส์

1. ความสำคัญ 

เพศภาวะ เป็นความคาดหวังและบรรทัดฐานที่สังคมมีต่อผู้หญิงและผู้ชายซึ่งแตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน พฤติกรรม หรือ การแสดงออกซึ่งคุณลักษณะและบทบาทหน้าที่ของผู้หญิงและผู้ชาย ส่วนคำว่า เพศวิถี หมายถึง ความปรารถนาทางเพศ การแสดงออกทางเพศ พฤติกรรมทางเพศ การสืบพันธุ์ ความรัก ความสุขทางเพศ รสนิยมทางเพศ และ การเลือกคู่ครอง  ทั้งเพศภาวะและเพศวิถี มีคุณสมบัติร่วมกันสองประการ คือ ถูกกำหนดด้วยวัฒนธรรม และมีความสัมพันธ์เชิงอำนาจเป็นตัวผลักดัน
 
ผลการวิจัยจากหลายร้อยสังคมทั่วโลกช่วยยืนยันว่า เพศภาวะ และ เพศวิถี เป็นเงื่อนไขรากเหง้าของปัญหาเอชไอวี/เอดส์ และ ปัญหาอนามัยเจริญพันธุ์ สังคมใดที่มี
วัฒนธรรมเพศภาวะและวัฒนธรรมเพศวิถีแบบนิยมชาย (Patriarchel Society)   ขาดความยุติธรรมระหว่างเพศ ไม่มีความยืดหยุ่น และไม่ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง เป็นสังคมที่กำลังเผชิญกับปัญหาอนามัยเจริญพันธุ์ ปัญหาท้องไม่พร้อม และ ปัญหาเอชไอวี/เอดส์ ที่หนักหน่วงกว่าสังคมที่มีรูปแบบความสัมพันธ์หญิงชายแบบเท่าเทียม เป็นประชาธิปไตย และมีความยืดหยุ่นสูง
 
สังคมไทย เป็นสังคมหนึ่งในจำนวนหลายร้อยสังคม  ที่กำลังเผชิญกับปัญหาอนามัยเจริญพันธุ์ที่หนักหน่วงหลายด้าน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาท้องไม่พร้อม การเจ็บป่วยและเสียชีวิตอันเนื่องมาจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย ปัญหาเอชไอวี/เอดส์  ปัญหาขาดการมีส่วนร่วมของผู้ชายเรื่องการวางแผนครอบครัวและการป้องกันเอดส์ ฯลฯ  ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมเพศภาวะและเพศวิถีของสังคมไทย กำลังเป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการมีชีวิตทางเพศที่เป็นสุขและปลอดภัยของประชาชนโดยเฉพาะผู้หญิง
 
ดังนั้นการศึกษวิจัยเกี่ยวกับ เพศวิถี เพศภาวะ อนามัยเจริญพันธุ์ และเอชไอวี/เอดส์ จึงมีความจำเป็นยิ่งยวดต่อสังคมไทยทั้งในปัจจุบันและต่อไปในอนาคต  การผลักดันการวิจัยในกลุ่มนี้อย่างจริงจังมีเป้าหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งชุดฐานข้อมูลและชุดองค์ความรู้  ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการผลักดันนโยบายและการรณรงค์สาธารณะที่ไปสนับสนุนให้เกิดการปรับเปลี่ยนทั้งในเชิงโครงสร้างสังคม-วัฒนธรรม และพฤติกรรมระดับปัจเจกบุคคล  ให้ไปในทิศทางที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของปัจจุบันสมัย ที่จะนำพาประชากรที่อยู่อาศัยในประเทศไทยเข้าถึงสุขภาวะทางเพศได้อย่างถ้วนหน้า
 

2. โครงการวิจัยที่ทำไปแล้ว

ในช่วงสี่ทศวรรษที่ผ่านมาสถาบันฯ มีงานวิจัยที่เชื่อมโยงอยู่กับมิติเพศภาวะและเพศวิถี ใน 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่หนึ่ง: การวางแผนครอบครัว ภาวะเจริญพันธุ์ และการอนามัยแม่และเด็ก กลุ่มที่สอง: เพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อนามัยเจริญพันธุ์ และสุขภาวะทางเพศ และกลุ่มสาม: บทบาทหญิงชายและการพัฒนา โดยแต่ละกลุ่มงานวิจัยย่อยมีรายละเอียดของการศึกษาวิจัยในประเด็นดังนี้
 

2.1 กลุ่มงานวิจัยเรื่อง การวางแผนครอบครัว ภาวะเจริญพันธุ์ และการอนามัยแม่และเด็ก

เป็นงานวิจัยระหว่าง พ.ศ. 2514 ถึง พ.ศ. 2539 ส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยประเมินผลโครงการวางแผนครอบครัว โครงการศึกษาปัจจัยส่งเสริม และปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการยอมรับวิธีการคุมกำเนิดวิธีต่างๆ รวมทั้งเป็นโครงการวิจัยเพื่อประเมินผลและหาแนวทางส่งเสริมสนับสนุนงานอนามัยแม่และเด็ก เพื่อนำไปสู่การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของแม่และเด็ก ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากทฤษฎีมัลธัสเซี่ยน ซึ่งเสนอว่า มาตรการควบคุมจำนวนประชากรของโลกเพื่อให้เกิดความสมดุลย์กับปริมาณอาหารที่มนุษย์ผลิตได้มีความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่ยังมีอัตราการเจริญพันธุ์สูง นอกจากนี้ยังได้รับอิทธิพลจากกระบวนทัศน์ด้านพฤติกรรมศาสตร์  ที่เน้นศึกษาปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม ประชากร ที่เป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการเจริญพันธุ์ การยอมรับการคุมกำเนิด และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของประชากร
2.2 กลุ่มงานวิจัยเรื่องเพศสัมพันธ์  โรคเอดส์  โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อนามัยเจริญพันธุ์ และ สุขภาวะทางเพศ เป็นกลุ่มงานวิจัย ที่เริ่มต้นตั้งแต่ 
พ.ศ. 2529 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน มีผลงานวิจัยที่แล้วเสร็จกว่า 80 เรื่อง แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มย่อย
 
  • กลุ่มแรก เป็นงานวิจัยที่เกิดขึ้นเพราะสถานการณ์การระบาดของโรคเอดส์ มุ่งศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมและทัศคติเกี่ยวกับเรื่องทางเพศ พฤติกรรมเสี่ยงเอดส์ และ ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคเอดส์ของประชากรกลุ่มต่างๆ เช่น ประชากรเขตเมือง ประชากรเขตชนบท เยาวชนทั้งหญิงและชาย พนักงานขายบริการทางเพศ กรรมกรในโรงงานอุตสาหกรรม คนขับรถบรรทุก มอเตอร์ไซด์รับจ้าง และ แรงงานต่างชาติ เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีโครงการวิจัยประเมินผลการดำเนินงานด้านเอดส์และนโยบายด้านเอดส์ในระดับชาติ  การศึกษาเรื่องเครือข่ายด้านเพศสัมพันธ์ของประชากรกลุ่มเสี่ยง การวิจัยกลุ่มนี้มองปัญหาโรคเอดส์ในลักษณะที่เป็นปัญหาเชิงพฤติกรรมทางเพศสัมพันธ์ กรอบแนวคิดหลักที่นำมาใช้ คือ แนวคิดด้านระบาดวิทยาทางสังคม และพฤติกรรมศาสตร์
  • กลุ่มสอง เป็นงานวิจัยซึ่งรับอิทธิพลจากแนวคิดใหม่ด้านประชากรและการพัฒนา ที่เดิมให้ความสำคัญกับการควบคุมจำนวนประชากรและการวางแผนครอบครัวเท่านั้น  เปลี่ยนมาเน้นเรื่องสิทธิการอนามัยเจริญพันธุ์ ตลอดจนการเข้าถึงบริการ และคุณภาพของบริการด้านอนามัยเจริญพันธุ์จากรัฐ งานวิจัยในกลุ่มนี้ของสถาบันฯ เริ่มต้นขึ้นราว พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา นักวิจัยนำกรอบแนวคิดเรื่องเพศภาวะ เพศวิถี และ สุขภาวะทางเพศ มาศึกษาปัญหาเรื่องโรคเอดส์ ตลอดจนปัญหาอนามัยเจริญพันธุ์แต่ละด้าน ได้แก่ ความรุนแรงในครอบครัว การค้ามนุษย์ การขายบริการทางเพศ ฯลฯ โดยมีโครงการวิจัยเด่นๆ หลายโครงการ ตัวอย่างเช่น โครงการสร้างและจัดการความรู้ด้านเพศวิถี เพศภาวะ และ สุขภาพทางเพศ (ตามยุทธศาสตร์ 1 ในแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ)  โครงการสำรวจภาวะสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ของหญิงบริการในประเทศไทย โครงการจากแผนงานสู่นโยบาย: หลักฐานเชิงประจักษ์ในการสร้างนโยบายสุขภาวะทางเพศและเอชไอวี/เอดส์ ในอนุภาคลุ่มน้ำโขง รัฐไทยกับการปรับเปลี่ยนนโยบายเอดส์และอนามัยเจริญพันธุ์ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ โครงการส่งเสริมการเข้าถึงบริการอนามัยเจริญพันธุ์เยาวชนย้ายถิ่นในกรุงเทพมหานคร ชุดโครงการวิจัยเพื่อวางฐานรากองค์ความรู้เพื่อการขับเคลื่อนสุขภาวะทางเพศ และ การเสริมสร้างการวิจัยเชิงปฏิบัติการระยะยาวในด้านอนามัยเจริญพันธุ์ เป็นต้น

2.3 กลุ่มงานวิจัยเรื่องเพศภาวะที่เน้นเฉพาะงานพัฒนาสุขภาวะผู้หญิง

ในช่วง 40 ปี ที่ผ่านมาสถาบันฯ มีการวิจัยด้านการพัฒนาสุขภาวะผู้หญิง 5 เรื่อง ได้แก่ 1) การประเมินผลในระยะครึ่งแรก ของการดำเนินงานเสริมสร้างพลังอำนาจของสตรีและวัยรุ่น (2551) 2) การศึกษาความเป็นผู้นำเชิงเศรษฐกิจของสตรีชนบท : ศึกษาเฉพาะกลุ่มอาชีพเสริมในจังหวัดกาญจนบุรี (2545) 3) ความรับผิดชอบด้านครอบครัวและการทำงานที่มีผลต่ออนามัยของผู้หญิงทำงาน (2541) 4) การศึกษาบทบาทเชิงเศรษฐกิจในครอบครัวของผู้หญิง (2536) และ 6) การเปลี่ยนแปลงบทบาทและสถานภาพของสตรีไทย (2531)
 

3. โครงการวิจัยในอนาคต  

สถาบันฯ จะมุ่งพัฒนางานวิจัยด้านเพศภาวะ เพศวิถี อนามัยเจริญพันธุ์ และเอชไอวี/เอดส์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อเติมองค์ความรู้ด้านนี้ที่ขาดหายไปอันจะมีประโยชน์ต่อการนำมาช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาวะทางเพศของกลุ่มต่างๆ โครงการวิจัยที่สถาบันฯ อาจจะพัฒนาขึ้นมาใหม่ ได้แก่
 
  • การวิจัยเรื่องความหมายเกี่ยวกับความรักความสัมพันธ์ ความเป็นหญิง และ ความเป็นชาย ที่ส่งผลต่อการใช้หรือไม่ใช้วิธีการป้องกันการตั้งครรภ์และการป้องกันโรคติดต่อ
  • ทางเพศสัมพันธ์ของเยาวชน การวิจัยเกี่ยวกับอนามัยเจริญพันธุ์และสิทธิทางเพศของเยาวชน
  • การศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาตัวชี้วัดความไม่เสมอภาคและความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างหญิงชายในบริบทของครอบครัวและการตัดสินใจเรื่องเพศวิถีและอนามัยเจริญพันธุ์
  • การวิจัยเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิทางเพศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของประชากรกลุ่มเปราะบาง (เช่น เพศทางเลือก พนักงานบริการทางเพศทั้งหญิงและชาย 
  • กลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด และ แรงงานข้ามชาติ)
  • การวิจัยเพื่อสนับสนุนการยุติความรุนแรงทางเพศ ความรุนแรงในครอบครัว และส่งเสริมความยุติธรรมทางเพศ
  • การวิจัยเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ชายในการสร้างสุขภาวะทางเพศและทางสังคมของผู้หญิง
  • การวิจัยเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของผู้หญิงกลุ่มอัตลักษณ์ต่างๆ
  • การวิจัยสุขภาวะทางเพศผู้ขายแรงงานไทย (งานบริการ) ในต่างประเทศ
  • การวิจัยเชิงปฏิบัติการที่รวมภาคีหุ้นส่วนต่างๆ เข้ามาทำความเข้าใจกับความหลากหลายทางเพศในสังคมไทย เช่น ครอบครัว ผู้ปกครอง โรงเรียน เป็นต้น